Thai Language (Buddhism Topic) : ธรรมทาน ๑๑ "น หิ ปาปํ กมฺมํ สชฺชุขีรํว มุจฺจติ ฑหนฺตํ พาลมนฺเวติ ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก"

Thai Language (Buddhism Topic) : ธรรมทาน ๑๑
"น หิ ปาปํ กมฺมํ สชฺชุขีรํว มุจฺจติ ฑหนฺตํ พาลมนฺเวติ ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก"
บาปกรรมอันบุคคลทำแล้ว ยังไม่ให้ผลในขณะนั้นก็มี ดังน้ำนมสดยังไม่แปรไปขณะนั้นฉะนั้น บาปกรรมนั้นย่อมตามเผาคนพาลนั้นในภายหลัง เหมือนไฟอันเถ้ากลบไว้ ฉะนั้น ดังนี้ฯ
พุทธภาษิตข้อนี้ แม้จะแสดงแต่ฝ่ายบาปกรรม แต่ก็เป็นเครื่องชี้ให้เห็นทั้งฝ่ายบุญกรรมในนัยตรงกันข้ามด้วย ฯ จริงอยู่ บุคคลทำกรรมไว้ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม กรรมนั้นย่อมเป็นสมบัติเฉพาะตนของเขาเอง เขาจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้นอย่างแท้จริง สุดแท้แต่กรรมนั้นจะได้ช่องให้ผลเมื่อใด ฯ
อาศัยที่กรรมบางชนิดซึ่งบุคคลกระทำแล้วยังไม่ให้ผลในขณะนั้นมีอยู่นั่นเอง คนพาลทั้งหลายผู้มีปัญญาเขลา จึงมีหน้าชื่นตาบาน เพราะมาสำคัญบาปดุจน้ำผึ้งฉะนั้น ไม่ได้สำนึกว่ากรรมที่ตนกระทำนั้น จะให้ผลเผาผลาญตนเองในภายหลัง ครั้นกรรมชั่วให้ผล ตนได้ประสบทุกข์อันสาหัส ก็กลับมีความโทมนัสน้อยใจ และเกิดสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า ไฉนเรามิได้ทำกรรมชั่วเห็นปานนี้จึงมาได้รับผลอย่างนี้ แต่นั้นเพราะค่าที่ตนเป็นคนเขลาเบาปัญญา ทั้งไม่เคยอบรมศึกษา ในธรรมของพุทธาทิบัณฑิต จึงเกิดสำคัญผิดคิดไปต่างๆ เช่นคิดว่ามีผู้วิเศษทำตนให้ได้รับความทุกข์หรือความสุขดังนี้เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาย่อมไม่ตระหนักในการที่จะเลือกเฟ้นกระทำกรรมดี จึงชื่อว่าเป็นคนสัทธาวิปริต ผิดจากคติแห่งพระพุทธศาสนา
ฝ่ายบุคคลผู้ปรีชาได้ศึกษาในสวากขาตธรรมของพระพุทธเจ้า เชื่อมั่นอยู่ในกรรมและผลกรรมด้วยสามารถแห่งกรรมสัทธาและวิปากสัทธา พิจารณาอยู่เนือง ๆ ในความสรรพสัตว์ผู้มีกรรมเป็นของ ๆ ตน บรรเทาความมัวเมาในการกระทำกรรมของตนเสียได้ เว้นห่างจากกรรมลามก มีฉันทรุจิในการกระทำกรรมอันเป็นบุญกุศล อันจะอำนวยผลคือสุขสืบไป
ในกาลบางครั้ง ถ้าตนได้ประสบความสุขหรือความทุกข์ อันเป็นผลสืบเนื่องมาแต่กรรมที่ตนกระทำไว้ในปุเรชาติก็สามารถล่วงรู้เท่าทันการณ์ว่า นี่เป็นผลกรรมที่ตนเองได้ทำไว้ หาใช่เพราะเหตุอื่นไม่ เมื่อเป็นเช่นนั้นใจคอย่อมไม่หดหู่ ไม่ย่อท้อ ไม่ก่อให้เกิดความโทมนัสคับแค้นใจเพราะได้ประสบผลเป็นทุกข์ กลับถือเอาเป็นเลศตักเตือนตน ในอันจะไม่ทำกรรมชั่ว ซึ่งมีผลเป็นพิษเช่นนั้นอีก ฯ
อนึ่งเมื่อตนได้รับความสุขอันเป็นผล ก็ไม่ลืมตนจนห่วงใยพอใจแต่เพียงเท่านั้น กลับปลูกวิริยะอุตสาหะให้มั่นคง มีความจำนงแต่จะสั่งสมความดียิ่ง ๆ ขึ้น
ที่มา : ตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมแบบใหม่ น.ธ.โท จากพุทธศาสนสุภาษิตเล่ม ๒ และหลักวิธีเรียงความโดย จ.เปรียญ พร้อมด้วยตัวอย่างเรียงความสนามหลวงศกต่าง ๆ คู่มือ น.ธ.โท ธรรมศึกษาโท และนักเทศน์อย่างดี
--------------------------------
Comments
Post a Comment