Advanced Thai Conversation (Buddhism Topics) อโมฆํ ทิวสํ กยิรา อปฺเปน พหุเกน วา ยํ ยํ วิวหเต รตฺติ ตทูนนฺตสฺส ชีวิตํ
Thai Language (Buddhism Topic) : ธรรมทาน ๕
อโมฆํ ทิวสํ กยิรา อปฺเปน พหุเกน วา
ยํ ยํ วิวหเต รตฺติ ตทูนนฺตสฺส ชีวิตํ
บุคคลควรทำวันคืนไม่ให้ว่างเปล่าจากประโยชน์น้อยหรือมาก ฯ
เพราะวันคืนผ่านบุคคลใด ชีวิตของบุคคลนั้นย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น
บัดนี้ จักได้อธิบายความแห่งความแห่งพระธรรมภาษิตทั้ง ๔ ไปโดยลำดับเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์อุทัยไขแสงขึ้นมา จนถึงอัสดงคตลับไปเรียกว่า กลางวัน ถัดจากนั้นจนถึงพระอาทิตย์ทอแสงขึ้นมาใหม่เรียกว่า กลางคืน รวมทั้งกลางวันและกลางคืนเรียกว่า วันหนึ่ง ขณะกาลเวลา ปี เดือน เหล่านี้ย่อมอยู่ในกลางวันและกลางคืนทั้งนั้น เมื่อพูดถึงวันคืนแล้ว ก็เป็นอันกินความไปหมด เพราะในตอนเช้ารุ่งอรุณก็มีแสงสว่างขึ้นมา สัตว์ทั้งหลายก็เห็นพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาใหม่ แล้วก็กลับกลายเป็นมืด เวียนวนอยู่่เช่นนี้เสมอไป
อันวันคืนนี้มีปกติผ่านไปเสมอไม่หยุดอยู่ และเมื่อผ่านไปแล้วใคร ๆ จะประกอบด้วยฤทธาปาฏิหาริย์อย่างไรก็ดี จะเอาวันคืนกลับมาอีกไม่ได้ เมื่อวันผ่านไปแล้ว ที่กำลังอยู่ในปัจจุบันกำลังจะผ่านไป แม้ในอนาคตก็จักผ่านไปเช่นนั้นเหมือนกัน
ชีวิตของบุคคลก็เช่นนั้น การที่บุคคลปล่อยชีวิตให้ผ่านวันคืนไปโดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรนั้น ก็มีแต่จะแก่ไปเสียเปล่า ชีวิตนั้นหาค่ามิได้ เพราะชีวิตเป็นของมีค่าก็ด้วยการใช้ชีวิตทำประโยชน์ให้แก่ตนและคนอื่น ประโยชน์ตนและประโยชน์บุคคลอื่นเท่าน้้น ที่เป็นเครื่องวัดค่าชีวิตของมนุษย์ ผู้ใดปล่อยวันคืนไปเสียเปล่า ชีวิตของผู้นั้นชื่อว่าเป็นหมัน บัณฑิตทั้งหลายคำนึงถึงข้อนี้ จึงพยายามพร่ำเตือนประชาชนไว้เป็นอันมาก
ที่มา : ตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมแบบใหม่ นธ.โท จากพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และหลักวิธีเรียงความ โดย จ.เปรียญ พร้อมด้วยตัวอย่างเรียงความสนามหลวงศกต่างๆ คู่มือ น.ธ.โท ธรรมศึกษาโท และนักเทศน์อย่างดี

Comments
Post a Comment